เกี่ยวกับข้อกล่าวอ้างของศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา (JIC) วันที่ 22 มิถุนายน 2569
คำชี้แจงของทีมประชาสัมพันธ์กัมพูชา (Cambodia PR Team)
เกี่ยวกับข้อกล่าวอ้างของศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา (JIC)
วันที่ 22 มิถุนายน 2569
Q1: กัมพูชามีความเห็นอย่างไรต่อข้อกล่าวอ้างของฝ่ายไทยที่ระบุว่า การเชิญธงชาติไทยและการดำเนินกิจกรรมอื่น ๆ ในพื้นที่อธิปไตยของกัมพูชา เป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่ภายในพื้นที่ที่ฝ่ายไทยควบคุม?
A:
กัมพูชาไม่สามารถยอมรับข้อกล่าวอ้างนี้ได้ การเชิญธงชาติไทยที่จุดผ่อนปรนการค้าชายแดนบ้านทมอดา เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชาอย่างสิ้นเชิง
พื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ในดินแดนของกัมพูชา ตามที่กำหนดโดยแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ภายใต้อนุสัญญาฝรั่งเศส–สยาม ปี ค.ศ. 1904 และสนธิสัญญา ปี ค.ศ. 1907 นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ฝ่ายกัมพูชา ได้ยื่นหนังสือประท้วงแล้ว 42 ครั้ง นับตั้งแต่มีการหยุดยิงครั้งแรก เป็นต้นมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากัมพูชาไม่เคยยอมรับการครอบครองหรือการเปลี่ยนแปลงสถานะดินแดนฝ่ายเดียว
กัมพูชามักเรียกร้องให้ฝ่ายไทยจัดตั้งคณะทำงานเทคนิคลงพื้นที่เพื่อทำการสำรวจและปักปันเขตแดนโดยเร็ว เพื่อกำหนดเส้นเขตแดนให้ชัดเจน แต่ฝ่ายไทยยังคงล่าช้าจนถึงปัจจุบัน
Q2: การสร้างรั้วหรือสิ่งปลูกสร้างด้านความมั่นคงโดยฝ่ายไทย เป็นไปตามที่ฝ่ายไทยระบุว่าไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปลี่ยนแปลงแนวเขตแดนหรือ สร้างข้อได้เปรียบทางดินแดนจริงหรือไม่?
A:
กัมพูชาเห็นว่า การสร้างรั้วหรือสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ในพื้นที่ที่ยังมีข้อพิพาทเขตแดน ไม่สามารถถือเป็นการกระทำปกติได้ เพราะอาจนำไปสู่การสร้าง “ข้อเท็จจริงบนพื้นที่” (fait accompli) ซึ่งกระทบต่อกระบวนการแก้ไขปัญหาเขตแดน
ตัวอย่างเช่น กองกำลังไทยได้สร้างรั้วในพื้นที่ปราสาทตาควาย ทั้งที่ปัญหาเขตแดนยังไม่ได้รับการแก้ไขผ่านกลไกร่วมใด ๆ กัมพูชามองว่าการกระทำฝ่ายเดียวดังกล่าวขัดต่อ MOU 2000 ซึ่งกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายรักษาสภาพเดิมและแก้ไขปัญหาผ่านกลไกร่วมก่อนการสำรวจและปักปันเขตแดนอย่างเป็นทางการ
หากฝ่ายไทยต้องการสร้างรั้วชายแดน ควรเร่งจัดตั้งคณะทำงานลงพื้นที่เพื่อกำหนดเขตแดนให้แล้วเสร็จเสียก่อน เมื่อมีข้อตกลงร่วมกันแล้ว ไทยจึงสามารถสร้างรั้วภายในอธิปไตยของตนตามกฎหมายระหว่างประเทศได้
Q3: การกระทำของไทยสามารถถือว่าเป็นการปฏิบัติตาม MOU 2000 ตามที่ไทยอ้างหรือไม่?
A:
การปฏิบัติตาม MOU 2000 ต้องพิจารณาจากการปฏิบัติจริง ไม่ใช่เพียงคำประกาศ MOU ฉบับดังกล่าวกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายแก้ไขปัญหาเขตแดนผ่านกลไก JBC และคณะสำรวจร่วม (JSTs) และหลีกเลี่ยงการกระทำฝ่ายเดียว
ในทางปฏิบัติ นับตั้งแต่การหยุดยิงครั้งที่สอง คณะกรรมาธิการ JBC ฝ่ายกัมพูชา ได้ส่งหนังสือแล้ว 9 ครั้ง เพื่อเสนอให้มีการจัดประชุม JBC และจัดส่งคณะ JSTs แต่ฝ่ายไทยยังไม่ได้ดำเนินการ นอกจากนี้ยังมีการกระทำฝ่ายเดียวในพื้นที่ชายแดน เช่น การชักธงชาติและการสร้างรั้ว
ดังนั้น กัมพูชามองว่าการปฏิบัติตาม MOU 2000 ควรสะท้อนผ่านการมีส่วนร่วมอย่างจริงจังในกลไก JBC การจัดส่งคณะ JSTs และการหลีกเลี่ยงการกระทำฝ่ายเดียวที่อาจสร้างการเปลี่ยนแปลงสถานะบนพื้นที่จริงก่อนมีการตกลงร่วมกันอย่างเป็นทางการ




