เกี่ยวกับจุดยืนของกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาชายแดนกับไทย วันที่ 23 มิถุนายน 2569
คำชี้แจงของทีมประชาสัมพันธ์กัมพูชา (Cambodia PR Team) เกี่ยวกับจุดยืนของกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาชายแดนกับไทย วันที่ 23 มิถุนายน 2569
Q1: รัฐบาลกัมพูชามีจุดยืนอย่างไรต่อการชี้แจงของผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) ที่จะเดินหน้าใช้กลไกทวิภาคีและ MOU 2000 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนทางบกกับกัมพูชา?
A: การที่ฝ่ายไทยกล่าวถึงการเดินหน้าใช้กลไกทวิภาคีและยึดถือบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา หรือ MOU 2000 ถือว่าสอดคล้องกับสิ่งที่ฝ่ายกัมพูชาได้ผลักดันมาโดยตลอด ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ฝ่ายกัมพูชา และกรมกิจการชายแดน ได้ผลักดันอย่างต่อเนื่องให้มีการจัดการประชุม JBC และส่งคณะสำรวจร่วม (JSTs) ลงพื้นที่ เพื่อดำเนินการสำรวจและปักปันเขตแดนภาคสนามต่อไป ตามกรอบของ MOU 2000 และข้อตกลงที่มีอยู่ระหว่างทั้งสองประเทศ
ในแง่นี้ การที่ฝ่ายไทยยืนยันว่าให้การสนับสนุนการแก้ไขปัญหาผ่านกลไก JBC และ MOU 2000 ถือเป็นพัฒนาการในเชิงบวก สิ่งสำคัญหลังจากนี้คือ การเปลี่ยนถ้อยแถลงและคำมั่นสัญญาดังกล่าวให้เป็นการปฏิบัติจริง ด้วยการเร่งเดินหน้าการทำงานของ JBC และ JSTs โดยเร็ว เพื่อมุ่งสู่การแก้ไขปัญหาอย่างสันติ ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกัน
Q2: การที่ฝ่ายไทยกล่าวหาซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า ชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านไพรจันท์ หมู่บ้านโชคชัย และหมู่บ้านบึงตระกวน เป็นผู้ที่รุกล้ำเข้ามาในดินแดนไทยนั้น เป็นความจริงหรือไม่?
A: ไม่เป็นความจริง ประชาชนกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านไพรจันท์ หมู่บ้านโชคชัย และหมู่บ้านบึงตระกวน ได้อยู่อาศัย ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และสร้างชุมชนในพื้นที่ดังกล่าวสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ดังนั้น การกล่าวหาว่าประชาชนเหล่านี้เป็นผู้รุกล้ำหรือเข้าครอบครองดินแดนของไทย จึงเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรม และไม่สะท้อนถึงความเป็นจริงของวิถีชีวิตประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว
กัมพูชาเห็นว่า ปัญหาชายแดนควรได้รับการแก้ไขโดยยึดตามเอกสารทางกฎหมาย การสำรวจ และการปักปันเขตแดน ผ่านกลไกที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกัน ไม่ใช่ด้วยการกล่าวโทษหรือโยนความผิดให้แก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งอาศัยอยู่บนแผ่นดินของตนเองมาเป็นเวลายาวนาน รัฐบาลกัมพูชาจะยังคงปกป้องสิทธิ ศักดิ์ศรี และผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของประชาชนกัมพูชาที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ชายแดนต่อไป
Q3: รัฐบาลกัมพูชาได้ให้ความสำคัญอย่างไร ต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตามแนวชายแดน?
A: รัฐบาลกัมพูชายึดถือสวัสดิภาพและความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด สำหรับประชาชนที่ต้องย้ายถิ่นฐานหรือได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตามแนวชายแดน รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน ทั้งด้านอาหาร น้ำสะอาด บริการสาธารณสุข และสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการจัดหาที่พักพิงที่เหมาะสม และการสร้างบ้านพักชั่วคราวสำหรับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ ซึ่ง สมเด็จเตโช ฮุน เซน ได้ตั้งชื่อว่า “หมู่บ้านรอคอย” เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี ขณะเดียวกัน รัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้าทวงคืนสิทธิในดินแดนโดยไม่ละทิ้งความพยายาม พร้อมทั้งผลักดันการสำรวจและปักปันเขตแดนผ่านกลไกที่มีอยู่ เพื่อสร้างเงื่อนไขให้ประชาชนสามารถกลับไปอยู่อาศัยและประกอบอาชีพในถิ่นฐานเดิมได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน





