เกี่ยวกับจุดยืนของกัมพูชาต่อกรณีการยึดครองปราสาทคนาโดยมิชอบด้วยกฎหมายของทหารไทย วันที่ 29 มิถุนายน 2569
เกี่ยวกับจุดยืนของกัมพูชาต่อกรณีการยึดครองปราสาทคนาโดยมิชอบด้วยกฎหมายของทหารไทย วันที่ 29 มิถุนายน 2569
คำชี้แจงของทีมประชาสัมพันธ์กัมพูชา (Cambodia PR Team)
เกี่ยวกับจุดยืนของกัมพูชาต่อกรณีการยึดครองปราสาทคนาโดยมิชอบด้วยกฎหมายของทหารไทย
วันที่ 29 มิถุนายน 2569
Q1: การที่กัมพูชาอ้างว่า ปราสาทคนาตั้งอยู่ในดินแดนของกัมพูชานั้น อ้างอิงอยู่บนพื้นฐานใดบ้าง?
A: กัมพูชายืนยันว่า ปราสาทคนาอยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา โดยอ้างอิงหลักฐานทางกฎหมายและทางเทคนิคที่กำหนดไว้ในกระบวนการปักปันเขตแดนระหว่างฝรั่งเศส–สยาม เมื่อช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 หลักฐานดังกล่าวประกอบด้วย อนุสัญญา สนธิสัญญา แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 บันทึกการปักปันเขตแดน และเอกสารทางการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทั้งหมดระบุว่า ปราสาทคนาตั้งอยู่ในดินแดนของกัมพูชา
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบทางเทคนิคยังพบว่า แม้แต่แผนที่มาตราส่วน 1:50,000 ที่ฝ่ายไทยจัดทำขึ้นฝ่ายเดียวและใช้เป็นหลักฐานในการอ้างสิทธิ์ ก็ยังแสดงให้เห็นว่า ปราสาทคนาตั้งอยู่ในดินแดนของกัมพูชาเช่นกัน สิ่งนี้ยิ่งช่วยยืนยันว่าจุดยืนของกัมพูชามีพื้นฐานที่ชัดเจนและถูกต้องตามหลักกฎหมาย
Q2: การที่ทหารไทยเข้ายึดครองปราสาทคนาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จะทำให้ปราสาทแห่งนี้กลายเป็นดินแดนของไทยหรือไม่?
A: ไม่สามารถเป็นเช่นนั้นได้ กัมพูชายืนยันว่า การครอบครองพื้นที่ด้วยการใช้กำลังทหารในทางปฏิบัติ ไม่สามารถก่อให้เกิดสิทธิที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายของดินแดนได้
กัมพูชาระบุว่า อธิปไตยเหนือปราสาทคนาจะต้องถูกกำหนดโดยสนธิสัญญา อนุสัญญา แผนที่ และเอกสารการปักปันเขตแดนที่มีอยู่เดิม ไม่ใช่จากการเข้ายึดครองโดยการใช้กำลังทหาร
ดังนั้น การที่ทหารไทยยังคงประจำการและยึดครองพื้นที่บริเวณปราสาทคนา จึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรากฐานทางกฎหมาย หรือจุดยืนของกัมพูชาเกี่ยวกับอธิปไตยเหนือปราสาทแห่งนี้ได้
กัมพูชายังคงเรียกร้องให้ฝ่ายไทยเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยสันติวิธี ตามข้อตกลงที่มีอยู่ พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าทวงถามสิทธิและแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม






