เกี่ยวกับข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านต่อการใช้กลไกการประนีประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) วันที่ 3 มิถุนายน 2569
เกี่ยวกับข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านต่อการใช้กลไกการประนีประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) วันที่ 3 มิถุนายน 2569
คำชี้แจงของทีมประชาสัมพันธ์กัมพูชา (Cambodia PR Team)
เกี่ยวกับข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านต่อการใช้กลไกการประนีประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)
วันที่ 3 มิถุนายน 2569
Q1: การประกาศใช้กลไกการประนีประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ของรัฐบาลกัมพูชา เป็นเพียงการแสดงหรือการหลอกลวงประชาชนตามที่ฝ่ายค้านกล่าวหาหรือไม่?
A:
การประกาศใช้กลไกการประนีประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ของรัฐบาลกัมพูชา ไม่ใช่การแสดงหรือการหลอกลวงประชาชนตามที่ฝ่ายค้านกล่าวหา ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นความพยายามสร้างความสงสัยและบั่นทอนความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อความพยายามด้านกฎหมายและการทูตของรัฐบาลในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ
ในความเป็นจริง การใช้กลไกการประนีประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ไม่ใช่กิจกรรมทางการเมืองหรือเพียงคำประกาศที่ไม่มีการดำเนินการจริง แต่เป็นกระบวนการที่ได้รับการกำหนดไว้อย่างชัดเจนในอนุสัญญา UNCLOS และรัฐบาลกัมพูชามีความจำเป็นต้องใช้กลไกดังกล่าว เนื่องจากเป็นกระบวนการที่มีคณะกรรมาธิการอิสระระหว่างประเทศทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการหาทางออกของข้อพิพาท และเป็นสักขีพยาน
Q2: กัมพูชาได้ดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมอะไรบ้าง เพื่อเริ่มต้นกระบวนการประนีประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS?
A:
รัฐบาลกัมพูชาได้ส่งหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการไปยังประเทศไทยและเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการประนีประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)
การดำเนินการดังกล่าวเป็นขั้นตอนทางการที่กำหนดไว้ในอนุสัญญา UNCLOS และเป็นการใช้สิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายของกัมพูชาในฐานะรัฐภาคีของอนุสัญญาฉบับนี้
นอกจากนี้ กัมพูชายังได้แจ้งให้ประชาคมโลกและคณะทูตประจำกัมพูชาทราบถึงการตัดสินใจดังกล่าว เพื่อยืนยันจุดยืนของกัมพูชาในการแก้ไขข้อพิพาททางทะเลด้วยสันติวิธีและตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ หลังจากที่ฝ่ายไทยตัดสินใจยกเลิก MOU 2544 โดยฝ่ายเดียว
Q3: เหตุใดกัมพูชาจึงตัดสินใจใช้กลไกการประนีประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS แทนการเจรจาทวิภาคีกับประเทศไทย?
A:
กัมพูชาไม่ได้ละทิ้งการเจรจาทวิภาคีแต่อย่างใด ตรงกันข้าม กัมพูชาได้พยายามใช้กรอบการเจรจาทวิภาคีมาเป็นเวลากว่า 25 ปี ภายใต้ MOU 2544 เพื่อแสวงหาทางออกสำหรับพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลกับไทย
กัมพูชาได้พยายามรักษา MOU ฉบับนี้ไว้อย่างมาก เพราะถือว่าเป็นกลไกทวิภาคีเพียงกลไกเดียวที่ใช้ในการแก้ปัญหาข้อพิพาททางทะเล
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ฝ่ายไทยตัดสินใจถอนตัวจาก MOU 2544 โดยฝ่ายเดียว ซึ่งเป็นกรอบทวิภาคีสำหรับการแก้ปัญหา กัมพูชาประเมินว่ากลไกการเจรจาทวิภาคีที่มีอยู่ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อีก
ดังนั้น การกลับไปสู่การเจรจาทวิภาคีอีกครั้งจึงเปรียบเสมือนการเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ และไม่ได้รับการให้ความสำคัญจากฝ่ายไทย
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว กัมพูชาจึงเลือกใช้กลไกการประนีประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ซึ่งเป็นกลไกทางกฎหมายและสันติวิธีที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อเดินหน้าค้นหาทางออกที่เป็นธรรมและสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศต่อไป





