Cambodia PR Team กรณีได้ยินเสียงปืนบริเวณชายแดนจังหวัดพระวิหาร วันที่ 26 พฤษภาคม 2569
คำแปลภาษาไทย คำชี้แจงของทีมประชาสัมพันธ์กัมพูชา (Cambodia PR Team) กรณีได้ยินเสียงปืนบริเวณชายแดนจังหวัดพระวิหาร วันที่ 26 พฤษภาคม 2569
Q1: กัมพูชาได้ดำเนินมาตรการอย่างไรต่อกรณีได้ยินเสียงปืนบริเวณชายแดนจังหวัดพระวิหาร เมื่อคืนวันที่ 24 พฤษภาคม 2569?
A: เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 คณะทำงานประสานงานของกองทัพภาคที่ 4 ของกองทัพกัมพูชา ได้ติดต่ออย่างเป็นทางการไปยังกองทัพภาคที่ 2 ของไทย เพื่อสอบถามและขอคำชี้แจงเกี่ยวกับกรณีได้ยินเสียงปืนจำนวน 8 นัด เมื่อคืนวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 ในพื้นที่ภูมะเขือ และในพื้นที่พนมสมบกขมุม จังหวัดพระวิหาร
ฝ่ายกัมพูชาได้เรียกร้องให้ฝ่ายไทยตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ดังกล่าว และเพิ่มความเข้มงวดด้านวินัยของกำลังพลอย่างเคร่งครัด ตามแถลงการณ์ร่วมของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปกัมพูชา–ไทย (GBC) ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2568
Q2: ข้อกล่าวหาจากฝ่ายไทยที่ระบุว่าทหารกัมพูชาเป็นฝ่ายยั่วยุ และยิงปืนในพื้นที่ภูมะเขือนั้น เป็นความจริงหรือไม่?
A: กระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวโดยสิ้นเชิง และเห็นว่าเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ รวมถึงเป็นการใส่ร้ายโดยไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน
ฝ่ายกัมพูชายืนยันว่ากองทัพกัมพูชาได้ปฏิบัติตามระเบียบวินัยทางทหารอย่างเคร่งครัด และดำเนินการตามข้อตกลงที่มีอยู่มาโดยตลอด
ข้อกล่าวหาลักษณะนี้ถือเป็นความพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของสาธารณชน และปกปิดการกระทำที่เกิดขึ้นจากฝ่ายไทยเอง
Q3: เหตุใดฝ่ายไทยจึงมักกล่าวหาว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายยั่วยุบริเวณชายแดนอยู่เสมอ?
A: ข้อกล่าวหาอย่างต่อเนื่องจากฝ่ายไทยถูกมองว่าเป็นความพยายามสร้างภาพให้กัมพูชาเป็นฝ่ายก่อเหตุ เพื่อปกปิดการกระทำและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนจากประชาคมโลก
การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่มีมูลความจริงและการกล่าวหาในลักษณะบิดเบือนเช่นนี้ ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อความไว้วางใจระหว่างสองประเทศเท่านั้น แต่ยังสามารถทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากยิ่งขึ้น และเป็นอุปสรรคต่อกระบวนการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ
กัมพูชายังคงยึดมั่นในหลักการแก้ไขปัญหาผ่านช่องทางการทูต กฎหมายระหว่างประเทศ และกลไกที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันไว้
การเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จและข้อกล่าวหาในลักษณะใส่ร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากฝ่ายไทยนั้น ไม่ได้รับความเชื่อถือจากสาธารณชนทั่วไปและประชาคมโลก เนื่องจากทุกฝ่ายต่างตระหนักดีว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่มีเหตุผลรองรับ และไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ว่าฝ่ายกัมพูชาจะกระทำการเช่นนั้น





