Cambodia PR Team เกี่ยวกับแนวทางแก้ปัญหาข้อพิพาทการอ้างสิทธิพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลกับประเทศไทย วันที่ 2 มิถุนายน 2569
Cambodia PR Team เกี่ยวกับแนวทางแก้ปัญหาข้อพิพาทการอ้างสิทธิพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลกับประเทศไทย วันที่ 2 มิถุนายน 2569
คำชี้แจงของทีมประชาสัมพันธ์กัมพูชา (Cambodia PR Team)
เกี่ยวกับแนวทางแก้ปัญหาข้อพิพาทการอ้างสิทธิพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลกับประเทศไทย
วันที่ 2 มิถุนายน 2569
Q1: เหตุใดกัมพูชาจึงตัดสินใจเริ่มใช้กลไกการประนีประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)?
A:
กัมพูชาได้ตัดสินใจใช้กลไกการประนีประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) โดยได้ส่งหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการไปยังประเทศไทยและเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อปกป้องอธิปไตยและสิทธิของตนในพื้นที่ทางทะเลตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากกรอบความร่วมมือทวิภาคีตามบันทึกความเข้าใจ ปี 2544 (MOU 44) ซึ่งเคยใช้เป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาการอ้างสิทธิพื้นที่ทางทะเลทับซ้อนระหว่างสองประเทศมาเป็นเวลากว่า 25 ปี ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ภายหลังฝ่ายไทยตัดสินใจยกเลิกบันทึกความเข้าใจดังกล่าว
ดังนั้น กัมพูชาจึงเห็นว่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการใช้กลไกระหว่างประเทศนี้ ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ปัญหาข้อพิพาทโดยสันติและสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อแสวงหาแนวทางแก้ไขที่เป็นธรรมและยั่งยืน
Q2: กลไกการประนีประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้ UNCLOS มีความสำคัญอย่างไรต่อการแก้ปัญหาข้อพิพาททางทะเล?
A:
กลไกการประนีประนอมภาคบังคับ เป็นกระบวนการทางกฎหมายระหว่างประเทศที่เปิดโอกาสให้คู่กรณีนำเสนอข้อโต้แย้ง หลักฐาน และจุดยืนทางกฎหมายของตนต่อคณะผู้เชี่ยวชาญอิสระ ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศจำนวน 5 คน
วัตถุประสงค์สำคัญของกลไกนี้คือการช่วยไกล่เกลี่ยและค้นหาแนวทางแก้ปัญหาข้อพิพาทโดยสันติ สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ และคำนึงถึงผลประโยชน์ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
กลไกนี้มีความสำคัญเพราะเป็นเวทีที่เป็นกลางและมีลักษณะเป็นสากล สำหรับการพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อโต้แย้งของแต่ละฝ่าย
ที่ผ่านมา กลไกนี้เคยถูกนำมาใช้ประสบความสำเร็จในกรณีข้อพิพาททางทะเลระหว่าง
ติมอร์-เลสเต และ ออสเตรเลีย ซึ่งนำไปสู่ข้อตกลงกำหนดเขตแดนทางทะเลในปี 2561
สำหรับกรณีกัมพูชา-ไทย ถือเป็นกรณีที่ 2 ในประวัติศาสตร์ที่มีการใช้กลไกนี้ภายใต้ UNCLOS เพื่อแสวงหาทางออกโดยสันติและตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ
Q3: การใช้กลไกนี้หมายความว่ากัมพูชายุติการเจรจาหรือเพิ่มความตึงเครียดกับไทยหรือไม่?
A:
การใช้กลไกนี้ไม่ได้หมายความว่ากัมพูชายุติการเจรจาหรือมุ่งเพิ่มความตึงเครียดกับประเทศไทย
ในทางตรงกันข้าม กัมพูชามองว่าเป็นการนำการหารือและการเจรจาเข้าสู่กรอบระหว่างประเทศที่มีโครงสร้างชัดเจน และเป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย
กัมพูชายังคงยึดมั่นในหลักการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติ และการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศไทย บนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกันและผลประโยชน์ร่วมกัน
Q4: กัมพูชามีจุดยืนอย่างไรต่อการปกป้องอธิปไตยและการแก้ปัญหาข้อพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้าน?
A:
กัมพูชายืนยันว่าไม่เคยละเมิดอธิปไตยของประเทศใด และมุ่งมั่นที่จะปกป้องอธิปไตยและสิทธิอันชอบธรรมของตนอย่างเด็ดขาด
กัมพูชายึดหลักการแก้ปัญหาข้อพิพาทผ่านกฎหมายระหว่างประเทศ การเจรจา และกลไกสันติวิธี มากกว่าการใช้กำลัง
ในจิตวิญญาณดังกล่าว รัฐบาลกัมพูชายังได้เรียกร้องให้ประชาชนทุกคนรักษาความสามัคคีของชาติ และสนับสนุนความพยายามของรัฐบาลในการปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน ด้วยวิธีการที่สันติและถูกต้องตามกฎหมายต่อไป





