กรณีการละเมิดอธิปไตยเหนือดินแดนของกัมพูชาอย่างต่อเนื่องโดยฝ่ายไทย 9 กันยายน 2569
คำชี้แจงของทีมประชาสัมพันธ์กัมพูชา (Cambodia PR Team)
กรณีการละเมิดอธิปไตยเหนือดินแดนของกัมพูชาอย่างต่อเนื่องโดยฝ่ายไทย
9 กันยายน 2569
Q1: กัมพูชามีท่าทีอย่างไรต่อความเคลื่อนไหวล่าสุดของกองทัพไทยในพื้นที่ชายแดนบางแห่งของจังหวัดอุดรมีชัยและจังหวัดบันเตียเมียนเจย?
A: กัมพูชาถือว่าการกระทำเหล่านี้เป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของตนอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมดังกล่าวรวมถึงการรื้อถอนบ้านเรือนของประชาชน การทำลายสิ่งปลูกสร้างของพลเรือน การใช้เครื่องจักรหนัก การขุดสนามเพลาะ และการเตรียมการก่อสร้างฐานที่มั่นทางทหารแบบถาวรในพื้นที่ที่กัมพูชาถือว่าถูกกองกำลังไทยเข้ายึดครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ในขณะเดียวกัน กัมพูชาเรียกร้องให้ไทยยุติกิจกรรมที่ผิดกฎหมายทั้งหมด และปฏิบัติตามพันธกรณีที่จะลดความตึงเครียดของสถานการณ์ สร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และเอื้ออำนวยให้เกิดการแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติ
Q2: การที่ฝ่ายไทยเข้ามาตรวจสอบหรือดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในดินแดนกัมพูชาโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่?
A: การกระทำของนายประภาส สอนใจดี ซึ่งนำคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (AOT-TH) เข้าตรวจสอบอาคารบริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้ของโรงแรมและรีสอร์ท Royal โอเสม็ด ในตำบล โอเสม็ด จังหวัด อุดรมีชัย โดยปราศจากการอนุญาตจากกัมพูชานั้น ถือเสมือนว่าไทยกำลังใช้อำนาจการปกครองเหนือดินแดนของกัมพูชา ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ กัมพูชาขอปฏิเสธอย่างเด็ดขาดต่อการนำข้ออ้างเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมมาใช้เป็นเหตุผลในการละเมิดดินแดนของตน
Q3: การกระทำของฝ่ายไทยที่กล่าวถึงข้างต้นถือเป็นการละเมิดข้อตกลงระหว่างกัมพูชากับไทยหรือไม่?
A: การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2000 ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก รวมถึงแถลงการณ์ร่วมจากการประชุมพิเศษครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ตกลงมอบหมายให้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ดำเนินการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนต่อไปตามข้อตกลงที่มีอยู่ ดังนั้น ฝ่ายไทยจึงต้องไม่ละเมิดข้อตกลงที่ได้ลงนามไว้อีกต่อไป





