เกี่ยวกับการกระทำอันเป็นการรุกรานของไทยต่อกัมพูชา วันที่ 1 สิงหาคม 2569
คำชี้แจงของทีมประชาสัมพันธ์กัมพูชา (Cambodia PR Team)
เกี่ยวกับการกระทำอันเป็นการรุกรานของไทยต่อกัมพูชา
วันที่ 1 สิงหาคม 2569
Q1: การที่ฝ่ายไทยยังคงรุกคืบอย่างต่อเนื่อง ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร รวมถึงการวางลวดหนามและการวางตู้คอนเทนเนอร์ในพื้นที่ที่ไทยรุกรานกัมพูชานั้น ถือเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในแถลงการณ์ร่วม เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 หรือไม่?
A: ไม่ถูกต้อง ฝ่ายไทยมักกล่าวอ้างและบิดเบือนต่อสาธารณชนว่า การดำเนินการต่าง ๆ ในพื้นที่ที่ฝ่ายไทยใช้กำลังทางทหารเข้ายึดครองดินแดนกัมพูชา เป็นการปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วม เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 โดยเฉพาะข้อ 2 ซึ่งระบุถึงการคงกำลังของกองกำลังของทั้งสองฝ่ายไว้ ณ จุดที่ตั้งอยู่ อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริง การปรับพื้นที่ การวางลวดหนาม และการรุกคืบอย่างต่อเนื่องในหลายจุดของกองทัพไทย ถือเป็นการละเมิดข้อ 1 ของแถลงการณ์ร่วม ซึ่งห้ามไม่ให้กองทัพของทั้งสองประเทศดำเนินการรุกคืบเข้าไปในดินแดนของอีกฝ่าย
นอกจากนี้ แถลงการณ์ร่วม เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ในข้อ 2 ยังได้กำหนดหลักการไว้อย่างชัดเจนว่า “ใครอยู่ที่ไหน ให้คงอยู่ที่นั่น” เพื่อรักษาสถานะเดิม (status quo) และหลีกเลี่ยงการเพิ่มความตึงเครียดตามแนวชายแดน ในทางตรงกันข้าม กองทัพไทยยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกวัน ทั้งการปรับพื้นที่และการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างมากมาย รวมถึงการวางตู้คอนเทนเนอร์เพิ่มจำนวนมาก เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสถานะในพื้นที่จริง โดยมีเจตนาที่จะยึดครองดินแดนกัมพูชา
ดังนั้น หากฝ่ายไทยยึดมั่นในหลักการที่ตนกล่าวอ้างจริง กองทัพไทยจะต้องยุติการดำเนินการฝ่ายเดียวที่อาจเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ดังที่กำลังดำเนินการอยู่ และฝ่ายไทยจะต้องปฏิบัติตามข้อ 3 ของแถลงการณ์ร่วม โดยอนุญาตให้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ลงพื้นที่สำรวจและปักปันเขตแดน เพื่อกำหนดแนวเขตแดนระหว่างทั้งสองประเทศให้มีความชัดเจน สอดคล้องกับอนุสัญญา สนธิสัญญา และกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อนำไปสู่การสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ
Q2: รัฐบาลกัมพูชามีจุดยืนอย่างไรต่อการรุกรานอย่างต่อเนื่องของกองทัพไทย ซึ่งส่งผลกระทบและขัดขวางต่อการกลับคืนสู่บ้านเรือนของพลเรือนชาวกัมพูชา?
A: กัมพูชาไม่ยอมรับโดยเด็ดขาดต่อการเปลี่ยนแปลงแนวเขตแดนใด ๆ ที่เกิดจากการใช้กำลัง และจะปกป้องแนวเขตแดนระหว่างประเทศของทั้งสองประเทศอย่างเข้มแข็ง การกระทำที่กองทัพไทยกำลังดำเนินการถือเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรណภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา และการขัดขวางไม่ให้ประชาชนชาวกัมพูชากลับคืนสู่บ้านเรือนของตน ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง กัมพูชาเรียกร้องให้ฝ่ายไทยยุติการดำเนินการทั้งหมดที่ก่อให้เกิดความตึงเครียด และหันกลับมาเคารพหลักการที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกัน เพื่อเปิดทางให้ประชาชนชาวกัมพูชาที่พลัดถิ่นสามารถกลับคืนสู่บ้านเรือนได้ ตามข้อ 4 ของแถลงการณ์ร่วม ซึ่งกำหนดให้พลเรือนสามารถกลับคืนสู่บ้านเรือนได้อย่างปลอดภัย มีศักดิ์ศรี และปราศจากการรบกวน
ประชาคมโลกได้รับทราบเรื่องนี้อย่างชัดเจน และกำลังติดตามอย่างใกล้ชิดต่อการละเมิดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย รัฐบาลและผู้นำกัมพูชากำลังดำเนินความพยายามอย่างแข็งขันในการปกป้องบูรណภาพแห่งดินแดนและประชาชนผ่านแนวทางสันติ โดยใช้กลไกทางการทูต ซึ่งเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างสันติที่ประชาคมโลกกำลังติดตามและสนับสนุนอย่างจริงจัง





