เกี่ยวกับข้อกล่าวอ้างของฝ่ายไทยต่อการใช้กลไกการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) วันที่ 21 กรกฎาคม 2569
คำชี้แจงของทีมประชาสัมพันธ์กัมพูชา (Cambodia PR Team)
เกี่ยวกับข้อกล่าวอ้างของฝ่ายไทยต่อการใช้กลไกการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)
วันที่ 21 กรกฎาคม 2569
Q1: การที่กัมพูชาใช้กลไกการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ทำให้การเจรจาปักปันเขตแดนทางบกหยุดชะงักตามที่ฝ่ายไทยกล่าวอ้างจริงหรือไม่?
A: ไม่เป็นความจริง กัมพูชายืนยันว่า การใช้กลไกภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) มีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางทะเลเท่านั้น ส่วนการกำหนดและปักปันเขตแดนทางบกมีกรอบกฎหมายและกลไกแยกต่างหาก โดยดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2000 และผ่านคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC)
ดังนั้น การดำเนินกระบวนการภายใต้ UNCLOS เพื่อแก้ไขข้อพิพาทเกี่ยวกับพื้นที่ทางทะเลที่อ้างสิทธิทับซ้อนกันระหว่างกัมพูชาและไทย จึงไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้การเจรจาเขตแดนทางบกต้องหยุดชะงัก เพราะทั้งสองประเด็นอยู่ภายใต้กลไกที่แตกต่างกัน กัมพูชาถือว่าการที่ฝ่ายไทยกล่าวอ้างว่า UNCLOS ได้ “ปิดประตู” การเจรจาเขตแดนทางบกนั้น เป็นข้อกล่าวอ้างที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายรองรับ โดยเห็นว่าเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อถ่วงเวลาการเจรจาเขตแดนทางบกเท่านั้น
Q2: เหตุใดกัมพูชาจึงมองว่า ฝ่ายไทยกำลังใช้ UNCLOS เป็นข้ออ้างในการชะลอการดำเนินงานด้านเขตแดนทางบก?
A: เพราะการดำเนินงานด้านการปักปันเขตแดนทางบก และกระบวนการระงับข้อพิพาททางทะเลภายใต้ UNCLOS มีขอบเขตและฐานทางกฎหมายที่แตกต่างกัน จึงไม่สามารถนำมาใช้เป็นเหตุผลในการระงับการดำเนินงานด้านเขตแดนทางบกได้ นอกจากนี้ กัมพูชายังได้ย้ำว่า ฝ่ายไทยเป็นผู้ถอนตัวฝ่ายเดียวจากกรอบบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2001 ซึ่งใช้เป็นกรอบการเจรจาเขตแดนทางทะเล ในขณะที่กัมพูชาได้เสนอให้ดำเนินการภายใต้กรอบดังกล่าวต่อไป
ยิ่งไปกว่านั้น ที่ผ่านมาฝ่ายไทยเองก็เคยแสดงจุดยืนสนับสนุนการใช้ UNCLOS เพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางทะเลด้วยเช่นกัน ดังนั้น กัมพูชาจึงเห็นว่าการนำ UNCLOS มาใช้เป็นเหตุผลในการชะลอการดำเนินงานด้านเขตแดนทางบก เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อยืดเวลาการเจรจา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคงการครอบครองดินแดนของกัมพูชาที่ฝ่ายไทยได้ยึดครองไว้ด้วยกำลังเท่านั้น
Q3: กัมพูชาได้เรียกร้องอะไรต่อฝ่ายไทยในกรณีนี้?
A: กัมพูชาได้เรียกร้องให้ฝ่ายไทยยุติการสร้างข้ออ้างในลักษณะดังกล่าวเพื่อถ่วงเวลาการเจรจาโดยไม่มีฐานรองรับ และกลับมาดำเนินการปักปันเขตแดนทางบกต่อไปด้วยความจริงใจ ตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2000 และข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันไว้แล้ว
ในขณะเดียวกัน กัมพูชายังได้เน้นย้ำว่า ประชาคมโลกได้เรียกร้องให้มีการดำเนินกระบวนการปักปันเขตแดนต่อไป และคาดหวังให้ฝ่ายไทยเคารพคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ปี 1962 และปี 2013 รวมทั้งปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญา ปี 1904 สนธิสัญญา ปี 1907 และความตกลงทวิภาคีที่เกี่ยวข้อง กัมพูชายืนยันว่า การดำเนินการปักปันเขตแดนด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และสอดคล้องกับกฎหมาย เป็นแนวทางสำคัญในการฟื้นฟูความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ และเป็นหนทางในการแก้ไขปัญหาเขตแดนโดยสันติวิธี






