Grand News Asia Close

เกี่ยวกับหลักฐานที่แสดงถึงที่ตั้งที่แท้จริงของปราสาทตาเมือนธม วันที่ 8 กรกฎาคม 2569

เกี่ยวกับหลักฐานที่แสดงถึงที่ตั้งที่แท้จริงของปราสาทตาเมือนธม วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เกี่ยวกับหลักฐานที่แสดงถึงที่ตั้งที่แท้จริงของปราสาทตาเมือนธม วันที่ 8 กรกฎาคม 2569

คำชี้แจงของทีมประชาสัมพันธ์กัมพูชา (Cambodia PR Team) 
เกี่ยวกับหลักฐานที่แสดงถึงที่ตั้งที่แท้จริงของปราสาทตาเมือนธม
วันที่ 8 กรกฎาคม 2569


Q1: กัมพูชาอ้างอิงหลักฐานใดในการยืนยันว่า ปราสาทตาเมือนธมตั้งอยู่ในอธิปไตยของกัมพูชา?

A: กัมพูชายืนยันโดยอาศัยเอกสารทางการและหลักฐานทางประวัติศาสตร์หลายประการว่า ปราสาทตาเมือนธมตั้งอยู่ในดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา หลักฐานดังกล่าวประกอบด้วย แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 บันทึกการปักปันเขตแดน (PV) ของคณะกรรมาธิการอินโดจีน–สยาม ปี 1908 และ ปี 1919 นอกจากนี้ แม้แต่แผนที่ L7017 มาตราส่วน 1:50,000 ที่ฝ่ายไทยจัดทำขึ้นฝ่ายเดียวและไม่ได้รับการยอมรับ ก็ยังแสดงให้เห็นว่าปราสาทตาเมือนธมตั้งอยู่ในอธิปไตยของกัมพูชาเช่นกัน เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการชายแดนของกัมพูชาได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ฝ่ายไทยได้และกำลังรุกล้ำและยึดครองดินแดนของกัมพูชาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งไม่สามารถปฏิเสธได้

Q2: อะไรคือปัจจัยที่ทำให้หลักฐานที่กัมพูชานำมาอ้างอิงเกี่ยวกับปราสาทตาเมือนธมมีความน่าเชื่อถือและหนักแน่น?

A: ความหนักแน่นของหลักฐานของกัมพูชาไม่ได้อยู่ที่จำนวนเอกสารเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การที่เอกสารเหล่านั้นได้รับการยอมรับในระดับสากล เช่น แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ซึ่งเป็นเอกสารที่สามารถตรวจสอบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แม้แต่แผนที่ฝ่ายเดียวที่ไทยจัดทำขึ้น ก็ยังไม่สามารถแสดงให้เห็นว่าปราสาทตาเมือนธมอยู่ในอาณาเขตของไทยได้ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า จุดยืนของกัมพูชาตั้งอยู่บนหลักฐานที่มีความสอดคล้อง สามารถตรวจสอบได้ และมิใช่การกล่าวอ้างที่ปราศจากมูลความจริงหรือเป็นการตีความเพียงฝ่ายเดียว

Q3: กัมพูชามีความเห็นอย่างไรต่อความพยายามของไทยในการกำหนดเส้นเขตแดนใหม่?

A: ตามจุดยืนของกัมพูชา ความพยายามในการกำหนดเส้นเขตแดนใหม่เพื่อรวมพื้นที่ที่กองกำลังไทยได้รุกล้ำและยึดครองโดยมิชอบด้วยกฎหมายนั้น ไม่มีความชอบด้วยกฎหมายหรือผลทางกฎหมายแต่อย่างใด กัมพูชายืนยันว่า การกำหนดเขตแดนจะต้องยึดตามสนธิสัญญา เอกสารการกำหนดเขตแดน และหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่มีอยู่ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการกระทำฝ่ายเดียวหรือการยึดครองโดยใช้กำลัง พร้อมทั้งระบุว่า ประชาคมโลกจะไม่นิ่งเฉยต่อการละเมิดอย่างก้าวร้าวเช่นนี้อย่างแน่นอน

អត្ថបទទាក់ទង