เกี่ยวกับข้อกล่าวหาของฝ่ายไทยในประเด็นปัญหาชายแดน วันที่ 26 มิถุนายน 2569
คำชี้แจงของทีมประชาสัมพันธ์กัมพูชา (Cambodia PR Team)
เกี่ยวกับข้อกล่าวหาของฝ่ายไทยในประเด็นปัญหาชายแดน
วันที่ 26 มิถุนายน 2569
Q1: กัมพูชามีความเห็นอย่างไรต่อคำกล่าวอ้างของไทยที่ระบุว่า ไทยเคารพแถลงการณ์ร่วมและไม่ได้เพิ่มความตึงเครียด?
A: กัมพูชาเห็นว่า การเคารพแถลงการณ์ร่วมไม่ใช่เพียงการประกาศจุดยืนเท่านั้น แต่ต้องแสดงออกผ่านการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม กัมพูชาได้สังเกตว่า ที่ผ่านมา มีการดำเนินการหลายประการจากฝ่ายไทยที่กัมพูชาถือว่าขัดต่อเจตนารมณ์ของแถลงการณ์ร่วม อาทิ การยังคงยึดครองพื้นที่บางแห่งโดยมิชอบด้วยกฎหมาย การลงพื้นที่รังวัดที่ดินและปักปันหลักเขตแดนฝ่ายเดียวในพื้นที่หมู่บ้านโชคชัย การก่อสร้างและปรับปรุงสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ที่ยังคงมีความขัดแย้ง รวมทั้งการใช้กำลังทหาร การวางตู้คอนเทนเนอร์ และการวางรั้วลวดหนามล้ำเข้ามาในดินแดนกัมพูชา ซึ่งส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนได้รับความเสียหาย และส่งผลกระทบต่อประชาชน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฝ่ายไทยมักจะยกข้ออ้างเรื่องปัญหาภายในประเทศเพื่อเลื่อนการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) และไม่ยอมส่งคณะกรรมการร่วมด้านเทคนิคลงสำรวจพื้นที่จริงโดยเร็ว ตามที่ระบุไว้ในข้อ 3 ของแถลงการณ์ร่วม
กัมพูชาเห็นว่า การกระทำดังกล่าวไม่สอดคล้องกับคำกล่าวอ้างว่าไม่ได้เพิ่มความตึงเครียด และไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของแถลงการณ์ร่วม ดังนั้น หากฝ่ายไทยมีความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงที่จะเคารพข้อตกลงและรักษาสันติภาพ ไทยควรยุติการดำเนินการฝ่ายเดียวและการกระทำใด ๆ ที่อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในพื้นที่จริง พร้อมทั้งกลับมาแก้ไขปัญหาผ่านกลไกร่วมที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกัน ซึ่งสอดคล้องกับ MOU 2543 ข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 และกฎหมายระหว่างประเทศ
Q2: กัมพูชาได้ละเมิดแถลงการณ์ร่วมหลายครั้งตามที่ฝ่ายไทยกล่าวอ้างจริงหรือไม่?
A: ไม่เป็นความจริง กัมพูชายึดมั่นและเคารพแถลงการณ์ร่วม ตลอดจนข้อตกลงและกลไกทวิภาคีที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันมาโดยตลอด จุดยืนของกัมพูชาคือการแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธี การหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจเพิ่มความตึงเครียด และการไม่ดำเนินการฝ่ายเดียวที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศแห่งความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ
ดังนั้น การกล่าวอ้างว่ากัมพูชาได้ละเมิดแถลงการณ์ร่วมหลายครั้ง จึงไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และไม่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการปฏิบัติตามข้อตกลงร่วม ทั้งยังเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อปกปิดการละเมิดข้อตกลงของฝ่ายไทยเท่านั้น
กัมพูชาเห็นว่า การกล่าวอ้างในลักษณะดังกล่าวไม่ได้ช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และอาจเบี่ยงเบนความสนใจจากความพยายามร่วมกันในการปฏิบัติตามพันธกรณีที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้ กัมพูชายังคงเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายเคารพและปฏิบัติตามพันธกรณีร่วมกันด้วยความจริงใจ และสอดคล้องกับข้อตกลงที่มีอยู่เดิม





