เกี่ยวกับหลักฐานที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งที่แท้จริงของปราสาทคนา และปราสาทตาเมือนธม วันที่ 13 กรกฎาคม 2569
คำชี้แจงของทีมประชาสัมพันธ์กัมพูชา (Cambodia PR Team)
เกี่ยวกับหลักฐานที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งที่แท้จริงของปราสาทคนา และปราสาทตาเมือนธม
วันที่ 13 กรกฎาคม 2569
Q1: การค้นพบว่า แผนที่ที่ฝ่ายไทยจัดทำขึ้นโดยฝ่ายเดียวก็แสดงให้เห็นว่า ปราสาทคนา และปราสาทตาเมือนธมตั้งอยู่ในดินแดนของกัมพูชา มีความสำคัญอย่างไร?
A: การค้นพบว่า แผนที่ที่ฝ่ายไทยจัดทำขึ้นโดยฝ่ายเดียวก็แสดงให้เห็นว่า ปราสาทคนาและปราสาทตาเมือนธมตั้งอยู่ในดินแดนของกัมพูชา ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการยืนยันว่า ไม่เพียงแต่เอกสารและหลักฐานที่กัมพูชานำมาใช้อ้างอิงเท่านั้น แม้แต่แผนที่ที่ฝ่ายไทยจัดทำขึ้นโดยฝ่ายเดียว ก็ยังแสดงผลลัพธ์ในลักษณะเดียวกัน
โดยเฉพาะ แผนที่มาตราส่วน 1:50,000 ที่เกี่ยวข้องกับปราสาทคนา และแผนที่ L7017 ที่เกี่ยวข้องกับปราสาทตาเมือนธม ต่างก็แสดงให้เห็นว่า ปราสาททั้งสองแห่งตั้งอยู่ภายในเขตอธิปไตยของกัมพูชา สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า จุดยืนของกัมพูชามีพื้นฐานทางกฎหมายและทางเทคนิคที่มั่นคง สามารถตรวจสอบได้ และไม่ใช่เพียงการกล่าวอ้างโดยปราศจากหลักฐานหรือเป็นการตีความเพียงฝ่ายเดียว
Q2: เหตุใดหลักฐานและเอกสารทางกฎหมายจึงมีความสำคัญมากกว่าการครอบครองพื้นที่โดยพฤตินัย ในการกำหนดอธิปไตยเหนือปราสาทคนา และปราสาทตาเมือนธม?
A: ตามหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ อธิปไตยเหนือดินแดนจะต้องกำหนดโดยอาศัยฐานทางกฎหมายและเอกสารที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น สนธิสัญญา อนุสัญญา แผนที่ และบันทึกการกำหนดเขตแดน ไม่ใช่จากการครอบครองโดยการใช้กำลัง
ดังนั้น หลักฐานที่กัมพูชานำเสนอมีความสำคัญในการยืนยันตำแหน่งที่ตั้งและอธิปไตยที่ชอบด้วยกฎหมายเหนือปราสาทคนา และปราสาทตาเมือนธม ซึ่งไม่สามารถถูกปฏิเสธได้ด้วยการครอบครองพื้นที่โดยพฤตินัยในลักษณะใด ๆ






