Grand News Asia Close

(Cambodia PR Team) กรณีข้อกล่าวอ้างของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมไทย เกี่ยวกับปราสาทคนา และปราสาทตาควาย วันที่ 28 ตุลาคม 2569

ដោយ៖ Morm Sokun ​​ | ថ្ងៃពុធ ទី២៨ ខែតុលា ឆ្នាំ២០២៦ ภาษาไทย ព័ត៌មានជាតិ អត្ថបទស្រាវជ្រាវ 1007
(Cambodia PR Team) กรณีข้อกล่าวอ้างของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมไทย เกี่ยวกับปราสาทคนา และปราสาทตาควาย วันที่ 28 ตุลาคม 2569 (Cambodia PR Team) กรณีข้อกล่าวอ้างของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมไทย เกี่ยวกับปราสาทคนา และปราสาทตาควาย วันที่ 28 ตุลาคม 2569

คำชี้แจงของทีมประชาสัมพันธ์กัมพูชา (Cambodia PR Team)
กรณีข้อกล่าวอ้างของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมไทย เกี่ยวกับปราสาทคนา และปราสาทตาควาย
วันที่ 28 ตุลาคม 2569


Q1: กัมพูชามีท่าทีอย่างไรต่อกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมของไทยกล่าวอ้างว่าปราสาทคนา และปราสาทตาควายตั้งอยู่ในดินแดนของไทย?

A: กัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าวอย่างเด็ดขาด โดยยืนยันว่า ปราสาทคนา ปราสาทตาควาย รวมถึงปราสาทอีกหลายแห่งที่ตั้งอยู่ตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างผิดกฎหมายของกองทัพไทย ล้วนเป็นปราสาทที่สร้างขึ้นโดยบรรพบุรุษชาวเขมร และตั้งอยู่ในดินแดนของราชอาณาจักรกัมพูชา ตามแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ซึ่งจัดทำขึ้นจากการดำเนินงานปักปันเขตแดนของคณะกรรมการกำหนดเขตแดนอินโดจีน-สยาม ที่จัดตั้งขึ้นตามเจตนารมณ์ของอนุสัญญาฝรั่งเศส-สยาม พ.ศ. 2450
ฝ่ายไทยได้ยอมรับและปฏิบัติตามแผนที่ดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ดังปรากฏหลักฐานในเอกสาร TOR พ.ศ. 2546 และเอกสารบันทึกทางเทคนิคต่าง ๆ ที่ทั้งสองฝ่ายเคยเห็นชอบร่วมกันในอดีต
ทั้งนี้ ความถูกต้องและความชอบด้วยกฎหมายของแผนที่ดังกล่าวได้รับการยืนยันและรับรองโดยศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ใน พ.ศ. 2505 และ พ.ศ. 2556 โดยฝ่ายไทยไม่ประสบความสำเร็จในการคัดค้านผลทางกฎหมายของแผนที่ฉบับนี้

Q2: การขึ้นทะเบียนปราสาทคนา และปราสาทตาควาย ไว้ในบัญชีมรดกแห่งชาติของไทย จะทำให้ปราสาทเหล่านี้กลายเป็นทรัพย์สินของไทยได้หรือไม่?

A: ตามจุดยืนของกัมพูชา การขึ้นทะเบียนปราสาทเป็นมรดกแห่งชาติ หรือการดำเนินมาตรการทางปกครองโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่สามารถก่อให้เกิดสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายเหนือดินแดน หรือเปลี่ยนแปลงอำนาจอธิปไตยของอีกประเทศหนึ่งได้
กัมพูชามองว่าการกระทำในลักษณะดังกล่าวเป็นการสร้างสถานการณ์ข้อเท็จจริงในพื้นที่โดยฝ่ายเดียว ซึ่งไม่สามารถนำมาใช้แทนการกำหนดเขตแดนตามสนธิสัญญา แผนที่ และข้อตกลงที่มีอยู่เดิมได้

Q3: กัมพูชาเรียกร้องสิ่งใดจากฝ่ายไทยเพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับตัวปราสาทและปกป้องมรดกทางวัฒนธรรม?

A: กัมพูชาเรียกร้องให้ไทยยุติการดำเนินกิจกรรมใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของกัมพูชาโดยทันที และส่งคืนโบราณวัตถุที่ถูกนำออกไปจากปราสาทคนา
นอกจากนี้ กัมพูชายังเรียกร้องให้ไทยเคารพอำนาจอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และมรดกทางวัฒนธรรมของกัมพูชา พร้อมทั้งกลับมาดำเนินงานของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) อีกครั้ง เพื่อแก้ไขปัญหาเขตแดนที่ยังคงค้างอยู่ด้วยสันติวิธี ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงทวิภาคีที่เกี่ยวข้อง

អត្ថបទទាក់ទង