Grand News Asia Close

เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา–ไทย และการปกป้องอธิปไตยของกัมพูชา วันที่ 29 กรกฎาคม 2569

ដោយ៖ Morm Sokun ​​ | ថ្ងៃពុធ ទី២៩ ខែកក្កដា ឆ្នាំ២០២៦ ภาษาไทย ប្រកាសព័ត៌មាន ព័ត៌មានជាតិ អត្ថបទស្រាវជ្រាវ 1062
เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา–ไทย และการปกป้องอธิปไตยของกัมพูชา วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา–ไทย และการปกป้องอธิปไตยของกัมพูชา วันที่ 29 กรกฎาคม 2569

คำชี้แจงของทีมประชาสัมพันธ์กัมพูชา (Cambodia PR Team) 
เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา–ไทย และการปกป้องอธิปไตยของกัมพูชา
วันที่ 29 กรกฎาคม 2569


Q1: กัมพูชาประเมินอย่างไร ต่อการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงของฝ่ายไทย?
A: กัมพูชาได้เคารพและปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และทุกข้อของแถลงการณ์ร่วมลงวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัด ในทางกลับกัน กัมพูชาสังเกตพบว่าฝ่ายไทยยังคงดำเนินกิจกรรมที่ขัดต่อข้อตกลง เช่น การติดตั้งลวดหนาม การวางตู้คอนเทนเนอร์ การก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่ การทำลายโครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างสถานการณ์ใหม่ในพื้นที่จริง (Fait Accompli) ซึ่งกัมพูชาเห็นว่าไม่สอดคล้องกับพันธกรณีในการรักษาสภาพเดิมของพื้นที่และการลดความตึงเครียด
นอกจากนี้ ฝ่ายไทยไม่ยอมปฏิบัติตามข้อ 3 ของแถลงการณ์ร่วม ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ตกลงมอบหมายให้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (JBC) ดำเนินการสำรวจและปักปันเขตแดนระหว่างสองประเทศโดยเร็วที่สุด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นหลักฐานยืนยันว่า ฝ่ายไทยไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มที่

Q2: กัมพูชามีหลักฐานอะไรบ้าง ในการสนับสนุนข้ออ้างของตนที่ว่า พื้นที่ปราสาทคนา ปราสาทตาเมือนธม และพื้นที่อานเเซะ อยู่ในอธิปไตยของกัมพูชา?
A: กัมพูชายืนยันว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา โดยอ้างอิงจากแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ซึ่งเป็นพื้นฐานทางการสำหรับการกำหนดเขตแดนระหว่างประเทศและได้รับการยอมรับในระดับสากล นอกจากนี้ กัมพูชายังระบุว่า แม้แต่แผนที่ฝ่ายเดียวของไทย ชุด L7017 มาตราส่วน 1:50,000 ก็ยังแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในดินแดนของกัมพูชาเช่นกัน ดังนั้น กัมพูชาจึงเห็นว่า การที่ทหารไทยเข้าครอบครองพื้นที่เหล่านี้ ถือเป็นการรุกล้ำดินแดนของกัมพูชาอย่างชัดเจนและไม่สามารถปฏิเสธได้

Q3: การดำเนินงานด้านการทูตของกัมพูชาส่งผลอย่างไรต่อการปกป้องอธิปไตยของชาติ?
A: กัมพูชาได้ดำเนินงานด้านการทูตอย่างต่อเนื่อง เพื่อแจ้งให้ประชาคมโลกรับทราบถึงสถานการณ์บริเวณชายแดน และยืนยันจุดยืนในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ผลลัพธ์ที่ได้คือ สมัชชารัฐสภาของกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส (APF) ได้มีมติสนับสนุนอธิปไตยของกัมพูชา  พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการเคารพข้อตกลงและแก้ไขปัญหาเขตแดนผ่านกลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (JBC) ในขณะเดียวกัน สื่อมวลชนต่างประเทศและชาวต่างชาติที่มีอิทธิพลบนสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก ก็ได้หยิบยกประเด็นการรุกรานของไทยที่ทำให้ประชาชนของกัมพูชาตามแนวชายแดนได้รับความเดือดร้อน พร้อมทั้งแสดงการสนับสนุนจุดยืนของกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี

អត្ថបទទាក់ទង